
GB 2763-2026 ทุเรียนส่งออกจีน: คุม MRL ก่อนรับซื้อ
คู่มือคุม MRL ทุเรียนส่งออกจีนตาม GB 2763-2026 ตั้งแต่รายการสาร ระยะหยุดใช้ การสุ่มตัวอย่าง ขอบข่ายแล็บ COA จนถึง Release Gate พร้อมแผนทำงาน 30 วัน
ปรับปรุง 28 สิงหาคม 2569 · ใช้เวลาอ่าน 13 นาทีคำค้นหลัก: GB 2763-2026 ทุเรียนส่งออกจีน
- คำตอบสั้น: ณ วันที่ 28 สิงหาคม 2569 จีนใช้ GB 2763-2026 ซึ่งมีผลตั้งแต่ 1 มีนาคม 2569 ผู้ส่งออกจึงควร Version-control ตาราง MRL และวิธีทดสอบตามคู่ สารกำจัดศัตรูพืช–นิยามสารตกค้าง–กลุ่มสินค้า แทนการนำรายการตรวจหรือเกณฑ์จากฤดูกาลก่อนมาใช้ต่อโดยไม่ทบทวน
- การคุม MRL เริ่มที่สวน ไม่ใช่ตอนอ่าน COA: ต้องล็อกรายการสารที่อนุญาต วิธีใช้ตามฉลาก บันทึกการใช้ ระยะหยุดใช้ก่อนเก็บเกี่ยว ตัวตนสวน/แปลง และ Lot รับซื้อ แล้วจึงวางแผนสุ่มตรวจตามความเสี่ยง
- อย่าตีความคำว่า ISO/IEC 17025 หรือผล Not detected ว่าผ่านโดยอัตโนมัติ ต้องตรวจขอบข่ายการรับรองของแล็บให้ครอบคลุม Matrix, Analyte และ Method ที่ต้องการ พร้อม LOQ ที่เหมาะกับ MRL และใช้ผู้มีอำนาจอนุมัติ Release
คำตอบก่อน: เปลี่ยน MRL จากงานปลายทางให้เป็น Purchase-to-Release Gate
ล้งหรือผู้ส่งออกไม่ควรรอให้ทุเรียนบรรจุเสร็จแล้วค่อยค้นว่าแล็บตรวจอะไรได้บ้าง ระบบที่ลดความเสี่ยงจริงต้องเริ่มจาก Market Requirement ของจีน แปลงเป็น Pesticide–Commodity Master ที่มีเวอร์ชัน เชื่อมไปยัง Chemical Use Plan ของสวน Purchase Lot แผนสุ่ม Chain of Custody ผลทดสอบ และสถานะ Hold/Release บน Lot เดียวกัน หากข้อมูลต้นทางหรือขอบข่ายการตรวจไม่ครบ สินค้าต้องยังไม่เข้าสู่ Shipment ที่จะส่งจีน
- กำหนด China MRL Owner ที่รับผิดชอบติดตามมาตรฐานและอนุมัติการเปลี่ยนเวอร์ชัน
- แยกข้อกำหนดกฎหมายจีน ข้อกำหนดผู้ซื้อ และข้อกำหนดภายในออกจากกัน แต่ใช้เกณฑ์ที่เข้มกว่าสำหรับการปล่อยล็อต
- ผูก Farm/Plot, Harvest window, Spray record, Purchase Lot, Sample ID, COA และ Shipment ID ให้ค้นย้อนกลับได้
- ห้ามคัดลอกค่า MRL ข้ามสาร ข้ามกลุ่มสินค้า หรือข้ามตลาดโดยไม่ตรวจข้อความมาตรฐานฉบับปัจจุบัน
- ให้ QA มีอำนาจ Hold สินค้าเมื่อข้อมูลไม่ครบ ผลผิดปกติ หรือขอบข่ายวิธีทดสอบไม่ตอบโจทย์
GB 2763-2026 เปลี่ยนฐานอ้างอิงตั้งแต่ 1 มีนาคม 2569
ประกาศร่วมของคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติจีน กระทรวงเกษตรและกิจการชนบท และหน่วยงานกำกับตลาดระบุว่า GB 2763-2026 แทน GB 2763-2021 และ GB 2763.1-2022 พร้อมมาตรฐานวิธีทดสอบอีก 6 ฉบับในประกาศเดียวกัน โดยมีผล 1 มีนาคม 2569 ดังนั้นแฟ้มเกณฑ์ขององค์กรควรแสดง Standard version, Effective date, วันที่ทบทวน และผู้อนุมัติอย่างชัดเจน
บทความนี้ไม่ประกาศค่า MRL รายสารแทนมาตรฐาน
ค่าที่ใช้ตัดสินต้องตรวจจากข้อความมาตรฐานทางการและข้อกำหนดผู้ซื้อสำหรับสินค้าและนิยามสารตกค้างที่ตรงกัน เพราะจำนวนสาร กลุ่มสินค้า วิธีวิเคราะห์ และเกณฑ์อาจต่างกัน การไม่ใส่ตัวเลขเดี่ยวในคู่มือนี้ช่วยป้องกันการนำค่าที่ผิดคู่หรือหมดอายุไปใช้กับ Lot จริง
อ่านการเปลี่ยนแปลงให้เป็นผลกระทบต่อรายการตรวจ
หน่วยงานจีนอธิบายว่า GB 2763-2026 รวมมาตรฐานเดิม เพิ่ม MRL ใหม่ 370 รายการ แก้ไข 23 รายการ และรวมทั้งหมด 10,749 MRL สำหรับสารกำจัดศัตรูพืช 585 ชนิด โดย 56.6% ของรายการเกี่ยวข้องกับผักและผลไม้ อีกทั้งมีวิธีทดสอบสนับสนุนใหม่ 14 มาตรฐาน ตัวเลขเหล่านี้ไม่ได้แปลว่าทุเรียนต้องตรวจทุกสาร แต่เป็นสัญญาณว่าการใช้ Panel เดิมโดยไม่ทำ Gap analysis มีความเสี่ยง
- Export requirement: ประเทศ ตลาด ช่องทางนำเข้า ผู้ซื้อ และวันที่สินค้าถึงตลาด
- Commodity mapping: ชื่อสินค้า กลุ่ม/กลุ่มย่อย ส่วนของสินค้าที่ใช้วิเคราะห์ และรูปแบบสินค้า
- Residue definition: สารหลัก สารเมแทบอไลต์ หรือผลรวมที่มาตรฐานกำหนด
- Limit: ค่า MRL หน่วย เงื่อนไข หมายเหตุ และแหล่งอ้างอิงหน้าหรือตาราง
- Method fit: วิธีเตรียมตัวอย่าง เครื่องมือ Analyte coverage, Matrix, LOQ และช่วงการวัด
- Version control: Effective date, Replaced version, Change reason, Approver และ Next review
ทำ Redline ระหว่างเวอร์ชัน ไม่ใช่ดูเฉพาะรายการใหม่
เปรียบเทียบอย่างน้อย 4 ช่อง: เพิ่มใหม่ แก้ค่า/นิยาม ยกเลิกหรือย้ายกลุ่ม และเปลี่ยนวิธีทดสอบ จากนั้น Map ผลกระทบไปยัง Approved Chemical List, Supplier communication, Contract specification, Lab scope และ COA template โดยเก็บหลักฐานว่าใครประเมินและเริ่มใช้วันใด
สร้าง Pesticide–Commodity Master ที่คนรับซื้อใช้ได้
ตารางกฎหมายที่ละเอียดควรถูกแปลงเป็นกติกาหน้างานโดยไม่ลดทอนสาระสำคัญ ให้หนึ่ง Record แทนหนึ่งคู่สาร–นิยามสารตกค้าง–กลุ่มสินค้า–ตลาด–เวอร์ชัน และเชื่อมกับชื่อการค้า/สารออกฤทธิ์ที่สวนใช้จริง เมื่อผู้รับซื้อเลือกสวนและวันเก็บ ระบบควรตอบได้ทันทีว่าข้อมูลใดขาดและต้องตรวจอะไรเพิ่ม
- Active ingredient และชื่อพ้องที่ควบคุม ลดความสับสนจากชื่อการค้า
- Market/Buyer requirement พร้อมลิงก์ต้นทางและลำดับความเข้มงวด
- Commodity code/group และส่วนตัวอย่างที่ต้องส่งตรวจ
- MRL, Unit, Residue definition และ Effective date จากแหล่งที่อนุมัติ
- Approved use status ในไทย พืชเป้าหมาย อัตรา วิธีใช้ และระยะหยุดใช้ตามฉลากปัจจุบัน
- Risk tier จากประวัติใช้สาร ผลตรวจ ฤดูกาล ศัตรูพืช และความน่าเชื่อถือของบันทึก
- Required method, Target LOQ, Lab และขอบข่ายการรับรองที่ตรวจสอบแล้ว
- Owner, Reviewer, Version, Source hash/URL และ Audit trail
สามคำถามก่อนอนุญาตให้รับซื้อ
หนึ่ง สารที่สวนใช้ขึ้นทะเบียนและฉลากอนุญาตกับพืช/วิธีใช้จริงหรือไม่ สอง ระยะจากการใช้ครั้งสุดท้ายถึงวันเก็บสอดคล้องกับฉลากและข้อกำหนดภายในหรือไม่ สาม ตลาดจีนและผู้ซื้อกำหนดเกณฑ์หรือสารเป้าหมายเพิ่มเติมหรือไม่ หากตอบไม่ได้ให้สถานะ Pending evidence ไม่ใช่ Accept ด้วยคำยืนยันปากเปล่า
คุมที่สวนด้วย Chemical Use Plan และ Harvest Lock
MRL ไม่สามารถบริหารด้วยการทดสอบปลายทางเพียงอย่างเดียว เพราะตัวอย่างเป็นเพียงส่วนหนึ่งของ Lot และผลออกหลังความเสี่ยงเกิดแล้ว ให้สวนส่งแผนใช้สารก่อนฤดูกาล อัปเดตบันทึกทุกครั้ง และล็อก Harvest window จากวันใช้ครั้งสุดท้ายตามฉลากที่ตรวจสอบได้ การเปลี่ยนสาร อัตรา หรือแผนเก็บต้องสร้าง Exception ให้ QA ประเมินก่อนรับซื้อ
- Approved Chemical List รายตลาดและรายพืช พร้อมเลขทะเบียน/ฉลากฉบับที่ทีมตรวจแล้ว
- Spray record ระบุวันที่ เวลา แปลง สารออกฤทธิ์ ผลิตภัณฑ์ อัตรา ปริมาณ ผู้ปฏิบัติ และเหตุผล
- Last application date และ Earliest harvest date ที่ระบบคำนวณจากระยะหยุดใช้ตามฉลาก
- Farm/Plot ID, GAP status, พื้นที่แปลง รุ่นผล และการคาดการณ์วันตัด
- ภาพฉลาก/ใบซื้อและหลักฐาน Lot ของผลิตภัณฑ์เมื่อความเสี่ยงสูง
- Field verification และ Supplier declaration ที่ไม่แทนบันทึกจริง
- กติกา Stop-buy, Extended hold หรือ Targeted testing เมื่อพบข้อมูลขัดแย้ง
ระยะหยุดใช้ไม่ใช่ MRL แต่เป็น Control สำคัญ
ระยะหยุดใช้ก่อนเก็บเกี่ยวเป็นเงื่อนไขการใช้ตามฉลากและ Good Agricultural Practice ส่วน MRL เป็นเกณฑ์ความเข้มข้นสารตกค้างในอาหาร การรักษาระยะหยุดใช้ช่วยลดความเสี่ยงแต่ไม่รับประกันผลผ่านทุกกรณี จึงยังต้องใช้บันทึก แผนสุ่ม และการตรวจตามระดับความเสี่ยงร่วมกัน
ออกแบบ Sampling และ Lab Scope ให้ผลตอบคำถามจริง
Codex มีทั้งแนวทางสุ่มตัวอย่างเพื่อพิจารณาความสอดคล้องกับ MRL แนวปฏิบัติที่ดีของห้องปฏิบัติการ และเกณฑ์สมรรถนะวิธีวิเคราะห์ หลักคิดสำคัญคือผลที่ดีเริ่มก่อนเครื่องมือแล็บ: ต้องนิยาม Lot สุ่มอย่างเป็นตัวแทน ป้องกันการปนหรือสลับตัวอย่าง และเลือกวิธีที่ตรวจสารเป้าหมายใน Matrix ที่เกี่ยวข้องได้ด้วยความไวเพียงพอ
- Sampling plan ระบุ Lot definition, จำนวน/ตำแหน่ง Increment, Composite sample, ผู้สุ่ม และเวลาสุ่ม
- Sample ID เชื่อม Farm/Plot, Purchase Lot, Harvest date และ Container candidate โดยไม่พึ่งชื่อไฟล์
- Tamper-evident seal, อุณหภูมิ/สภาพเก็บ เวลาส่งมอบ และลายเซ็น Chain of Custody
- Lab request ระบุ Target analytes, Residue definitions, Matrix, Method, Required LOQ และ Reporting format
- ตรวจใบรับรอง ISO/IEC 17025 พร้อม Scope ฉบับปัจจุบัน ไม่ดูเฉพาะโลโก้หรือเลขรับรอง
- ยืนยันว่า LOQ ต่ำพอสำหรับเกณฑ์ที่จะตัดสิน และรายงานแยก Not detected, Detected below LOQ และ Quantified
- กำหนด Retain sample, Re-analysis/Confirmatory rule และเวลารายงานให้สอดคล้อง Cut-off
ISO/IEC 17025 เป็นฐานความเชื่อมั่น ไม่ใช่คำตอบแทน Scope
ISO ระบุว่า ISO/IEC 17025:2017 เป็นมาตรฐานสำหรับความสามารถ ความเป็นกลาง และการดำเนินงานที่สม่ำเสมอของห้องปฏิบัติการ และฉบับนี้ยังเป็นฉบับปัจจุบัน แต่ผู้ว่าจ้างยังต้องตรวจขอบข่ายการรับรองว่าครอบคลุม Matrix, Analyte และ Method ที่สั่งจริง
Not detected จะผ่านได้ต่อเมื่อ LOQ เหมาะสม
ถ้าแล็บรายงานไม่พบเพราะ LOQ สูงกว่า MRL ที่ใช้ตัดสิน ผลนั้นยังไม่พิสูจน์ว่าล็อตต่ำกว่าเกณฑ์ จึงต้องกำหนด Target LOQ ในใบขอตรวจและตรวจ Method capability ก่อนรับงาน ไม่รอแก้เมื่อ COA ออกแล้ว
สร้าง COA Release Gate และ Playbook เมื่อผลผิดปกติ
COA ต้องถูกตรวจแบบ Machine-readable checklist และ Human approval ก่อนผูกกับ Shipment กติกาควรป้องกันการใช้ใบผลผิด Lot ผิดตลาด หรือผิดเวอร์ชันเกณฑ์ พร้อมแยกสถานะ Pending, Pass, Hold, Fail และ Invalid ให้ชัดเจน
- Identity check: Lab, Report no., Sample ID, Lot, Matrix, วันที่รับ/ทดสอบ/ออกรายงาน และผู้อนุมัติ
- Coverage check: สารเป้าหมาย นิยามสารตกค้าง วิธีทดสอบ ขอบข่าย และ LOQ ครบตาม Test plan
- Decision check: ผล หน่วย MRL/Buyer limit, Decision rule และ Standard version ตรงกัน
- Integrity check: Revision, หน้าเอกสารครบ ลายเซ็น/การรับรอง และช่องทาง Verify กับแล็บ
- Release check: QA approver, เวลาอนุมัติ Shipment candidate และ Evidence link ถูกล็อกเป็น Audit trail
- Exception: กัก Lot และ Related lots ห้าม Blend หรือเปลี่ยนรหัสเพื่อหลบผล
- Investigation: ตรวจย้อน Spray record, Harvest, Supplier, Sampling, Chain of Custody และ Lab anomaly
- Disposition: Confirmatory test, Reject, Divert หรือ Dispose ตามกฎหมาย สัญญา คุณภาพ และผู้มีอำนาจ
ผล Retest ไม่ควรลบผลแรก
เก็บผลทุกฉบับและเหตุผลการตรวจซ้ำ ใช้นโยบายที่กำหนดล่วงหน้าว่าเมื่อใดอนุญาต Confirmatory analysis ใครอนุมัติ และใช้ Decision rule ใด ห้ามเลือกเฉพาะผลที่ผ่านโดยไม่มีเหตุผลเชิงเทคนิค เพราะจะทำลายความน่าเชื่อถือของระบบและการสอบสวนย้อนหลัง
ใช้ AI เป็นผู้ช่วยตรวจความสอดคล้อง ไม่ใช่ผู้ปล่อยล็อต
AI ช่วยลดงานคัดลอกและค้นข้อยกเว้นได้ดีเมื่อข้อมูลมีเวอร์ชันและแหล่งอ้างอิง แต่ไม่ควรตัดสินกฎหมายหรืออนุมัติสินค้าโดยลำพัง ให้ระบบแสดงข้อความต้นทาง ช่องข้อมูลที่เทียบ ความมั่นใจ และเหตุผลทุกครั้ง ก่อนส่งให้ผู้เชี่ยวชาญทบทวน
- OCR บันทึกการใช้สารและ COA แล้วเทียบ Farm, Lot, วันที่, สาร, หน่วย และ Result
- แจ้ง Chemical use ที่ไม่อยู่ Approved list หรือ Harvest date เร็วกว่าวันที่ระบบคำนวณ
- ทำ Redline ระหว่าง MRL Master เวอร์ชันเก่า–ใหม่และสร้าง Impact queue ให้ QA
- ตรวจ Panel coverage กับ Target analytes และเตือน LOQ สูงกว่าเกณฑ์ที่องค์กรกำหนด
- สรุป Lot at risk ตาม Supplier, Season, Chemical, Lab turnaround และผลผิดปกติ
- บังคับ Human approval สำหรับ Master change, Sampling exception, Retest และ Release
- เก็บ Prompt/model version, Input source, Output, Reviewer และ Final decision เพื่อ Audit
Guardrail ที่ห้ามข้าม
AI ห้ามสร้างค่า MRL ที่ไม่พบในแหล่งอนุมัติ ห้ามแปล Not detected เป็น Pass โดยไม่ตรวจ LOQ ห้ามเดานิยามกลุ่มสินค้า และห้ามเปลี่ยน Hold เป็น Release ผู้อนุมัติต้องเห็นหลักฐานต้นทางและความแตกต่างระหว่างข้อเสนอของ AI กับการตัดสินสุดท้าย
แผน 30 วันและ KPI ที่เชื่อมความเสี่ยงกับต้นทุน
เริ่มจากหนึ่งตลาด หนึ่งกลุ่มสวน และหนึ่งแล็บ เพื่อทำกระบวนการให้ครบวงจรก่อนขยาย เป้าหมายไม่ใช่ตรวจให้มากที่สุด แต่คือใช้ข้อมูลต้นทางคัดกรองความเสี่ยง ตรวจให้ตรงคำถาม และหยุด Lot ผิดปกติก่อนกิน Capacity การผลิตหรือติดตู้
- วัน 1–5: แต่งตั้ง Owner รวบรวม GB 2763-2026, Buyer specification, ฉลาก/ทะเบียนที่เกี่ยวข้อง และรายการสารใช้จริง
- วัน 6–10: ทำ Pesticide–Commodity Master, Gap analysis และ Approved Chemical List เวอร์ชันควบคุม
- วัน 11–15: Audit Lab scope, LOQ, Method, TAT, Sampling kit และ Chain-of-Custody form
- วัน 16–20: เชื่อม Farm/Plot–Spray–Harvest–Lot–Sample–COA–Shipment และตั้ง Hold rule
- วัน 21–25: ทดลองกับ Lot จริงแบบ Shadow mode ตรวจ False positive/negative และช่องข้อมูลขาด
- วัน 26–30: อนุมัติ SOP ฝึกผู้รับซื้อ/QA/Supplier และเปิด Dashboard รายวัน
- KPI: Spray record completeness, PHI exception rate, Sampling plan compliance และ Lab scope coverage
- KPI: COA first-pass review, TAT P80, Hold before packing, Nonconforming lots และ Cost avoided
- KPI: Supplier repeat exception, CAPA closure time และ Percentage of released lots with complete evidence
CTA: ทำ MRL Control Board ให้เห็นก่อนผลไม้เข้าล้ง
DurianTradeX ช่วยเชื่อมข้อมูลสวน บันทึกการใช้สาร วันเก็บ Lot ตัวอย่าง COA และ Shipment บน Audit trail เดียว พร้อม Hold/Release workflow และ Exception dashboard สำหรับทีมรับซื้อ QA ล้ง และผู้ส่งออก เริ่มจาก Pilot หนึ่งกลุ่มสวนเพื่อวัดเวลาตรวจเอกสาร ความครบถ้วน และต้นทุนที่หลีกเลี่ยงได้
คำถามที่พบบ่อย
GB 2763-2026 มีผลใช้เมื่อใด และแทนมาตรฐานใด?
ประกาศทางการจีนกำหนดให้มีผล 1 มีนาคม 2569 โดย GB 2763-2026 แทน GB 2763-2021 และ GB 2763.1-2022 ผู้ประกอบการควรบันทึก Effective date และหยุดใช้ตารางเก่ากับการตัดสิน Lot ใหม่หลังทบทวนเงื่อนไขการเปลี่ยนผ่าน
ทุเรียนส่งออกจีนต้องตรวจสารกำจัดศัตรูพืชทุกชนิดใน GB 2763-2026 หรือไม่?
ไม่ควรสรุปว่าต้องตรวจครบทุกสารโดยอัตโนมัติ ให้สร้างรายการเป้าหมายจากมาตรฐานจีนสำหรับ Commodity ที่ถูกต้อง ข้อกำหนดผู้ซื้อ สารที่สวนใช้ ประวัติผลตรวจและความเสี่ยง แล้วให้ผู้เชี่ยวชาญยืนยัน Panel และวิธีทดสอบ
มี COA จากแล็บ ISO/IEC 17025 แล้วปล่อยล็อตได้เลยหรือไม่?
ยังไม่ได้ ต้องตรวจว่า Sample/Lot ตรงกัน สารและ Matrix อยู่ในขอบข่าย วิธีและ LOQ เหมาะกับเกณฑ์ หน่วยและเวอร์ชันมาตรฐานถูกต้อง และมีผู้มีอำนาจอนุมัติ Release ตาม SOP
Not detected หมายถึงสารตกค้างเป็นศูนย์หรือไม่?
ไม่ใช่ โดยทั่วไปหมายถึงผลต่ำกว่าขีดความสามารถที่รายงานของวิธี จึงต้องดู LOD/LOQ และรูปแบบการรายงาน หาก LOQ สูงกว่า MRL ที่ใช้ตัดสิน ผล Not detected ยังไม่เพียงพอสำหรับยืนยันว่าผ่าน
ระยะหยุดใช้สารเท่ากับ MRL หรือไม่?
ไม่เท่ากัน ระยะหยุดใช้เป็นช่วงเวลาระหว่างการใช้ครั้งสุดท้ายกับการเก็บเกี่ยวตามฉลากและวิธีใช้ ส่วน MRL เป็นค่าความเข้มข้นสารตกค้างสูงสุดที่กำหนด การปฏิบัติตามระยะหยุดใช้เป็น Control ต้นทางแต่ไม่แทนการประเมินความเสี่ยงและการตรวจ
ถ้าผลตรวจเกินเกณฑ์ควร Retest แล้วใช้ผลที่ผ่านแทนได้ไหม?
ไม่ควรเลือกผลที่ผ่านโดยตัดผลแรกทิ้ง ให้กัก Lot เปิด Incident ตรวจ Sampling และ Chain of Custody ใช้ Confirmatory rule ที่อนุมัติไว้ล่วงหน้า เก็บผลทุกฉบับ และตัดสิน Disposition โดย QA/ผู้มีอำนาจตามกฎหมายและสัญญา
AI ช่วยคุม MRL ทุเรียนได้อย่างปลอดภัยอย่างไร?
ให้ AI ช่วยอ่านบันทึกและ COA เทียบ Lot วันที่ สาร หน่วย Panel และ LOQ รวมถึงแจ้งข้อมูลขาดหรือเวอร์ชันเปลี่ยน แต่ต้องอ้างแหล่งต้นทาง แสดงความมั่นใจ เก็บ Audit trail และให้ผู้เชี่ยวชาญอนุมัติ Master data, Exception และ Release
แหล่งข้อมูลทางการ
ตรวจสอบข้อมูลล่าสุด ณ วันที่ 28 สิงหาคม 2569
- ประกาศ GB 2763-2026 และมาตรฐานวิธีทดสอบ 6 ฉบับ (ประกาศ 2026 ฉบับที่ 2)คณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติจีน กระทรวงเกษตรและกิจการชนบท และหน่วยงานกำกับตลาด · 12 กุมภาพันธ์ 2569
- คำอธิบายมาตรฐานสารตกค้างฉบับปี 2026 และขอบเขตการเปลี่ยนแปลงกระทรวงเกษตรและกิจการชนบทจีน ผ่านสำนักงานเกษตรและชนบทเขตซีซาน · 14 พฤษภาคม 2569
- GB 2763-2026: ข้อความมาตรฐานและวันมีผลใช้ศุลกากรหนานจิง สาธารณรัฐประชาชนจีน · 26 กุมภาพันธ์ 2569
- มาตรการควบคุมคุณภาพผลไม้ส่งออก ปี 2569กรมวิชาการเกษตร · 17 เมษายน 2569
- Pesticides: MRL, Sampling และแนวทางห้องปฏิบัติการCodex Alimentarius — FAO/WHO · ตรวจสอบ 28 สิงหาคม 2569
- CXG 40-1993: Good Laboratory Practice in Pesticide Residue AnalysisCodex Alimentarius — FAO/WHO · แก้ไขล่าสุด 2553
- ISO/IEC 17025:2017 — General requirements for testing and calibration laboratoriesInternational Organization for Standardization · ยืนยันสถานะปัจจุบันในปี 2566; ตรวจสอบ 28 สิงหาคม 2569